Feeds:
Posts
Comments

  1

   ความหมายใด…ซ่อนอยู่ในสายน้ำ

       ความงามล้ำ ส่งเสียงร่ำ ชีวิตอยู่

       น้ำผ่านดิน สู่กระถาง ลงผ่านรู

เพียงชัวครู่ ดอกยิ้มออก แตกหน่อบาน

from-xkin6-to-281208-dairy-332

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2

 ร้อยพันหนาม มิอาจหยุดเจ้าไม้ดอก

 คงชิงชอก ช้ำจากรัก ก้านสลาย

แทงดอกอ่อน แซงขึ้นสุด ปลายฟ้ากลาย

  มิใจใส่ ใครว่าข้า…ไม่งดงาม

from-xkin6-to-281208-dairy-333

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3

 เขียวต่อเขียว แซมเม็ดสี ไล่งามจรด

 ฟ้าต่อปรก เที่ยมดอกไม้ ไม่ห่างสิ้น

 ใจถึงใจ ส่งถึงเจ้า ไม้งามชีวิน

 สุดอาจินต์ มองเห็นเจ้า ต่อดวงจันทร์

from-xkin6-to-281208-dairy-337

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ณัฐพล ขุนเจริญ / ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ / 

 

 

from-xkin6-to-281208-dairy-3751

from-xkin6-to-281208-dairy-378from-xkin6-to-281208-dairy-383from-xkin6-to-281208-dairy-348

 

 

 

from-xkin6-to-281208-dairy-380

from-xkin6-to-281208-dairy-350

from-xkin6-to-281208-dairy-397from-xkin6-to-281208-dairy-382

 

 

 

from-xkin6-to-281208-dairy-341

from-xkin6-to-281208-dairy-371

 เย็นวันอาทิตย์ พระอาทิตย์จากไปไวกว่ากำหนด

วันนี้เขาตื่นสาย รูดม่านออกจากความมืด เห็นร่องรอยของฝนที่เพิ่งตกไป  ฟ้าค่อนข้างมืดกว่าปกติ ถนนที่นานๆจะมีคนเดินผ่านมามีน้ำนอนเรียงตัวอยู่ในแอ่งพื้นที่ลุ่มต่ำลง  เขาหยิบกีต้าร์ขึ้นมา พยายามแต่่งเพลงใหม่อย่างช้าๆ มีเสียงที่ไพเราะอยู่บ้างในช่องว่างของอากาศ เขารู้สึกชอบมัน วันศุกร์เป็นวันคริสมาสต์ เขามีนัดกับเพื่อนชาวไต้หวัน เราจะไปเล่นดนตรีกันในวันนั้น เขาสัญญากับเพื่อนคนนั้นและเพื่อนๆบางคนไว้ 

 

เสียงล้อรถแล่นผ่านทับผิวน้ำบนพื้นถนนที่ด้านนอก ดังเลื่อนลอยผ่านไป ในตัวเรามีน้ำขังอยู่บ้างมั้ย หากเรามีแอ่งที่ลุ่มดอนคงมีนำ้ขังอยู่ในตัวเราบ้าง รอเพียงเวลาที่เราเดินเขย่าตัวอย่างรื่นรมย์  น้ำเหล่านั้นคงไหลย้อนออกไป

 

” lose ” เขาเขียนมันลงไปบนกีตาร์  เขาไม่รู้ความหมายที่ชัดเจนของมัน เขาไม่มีเหตุผลที่แน่นอนในการเขียนมัน แต่เขาได้เขียนมันลงไปแล้ว มันดูสวยและหยาบดี บางอย่างเหตุผลก็มาหลังความรู้สึก และมันคงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรหากเราจะกระทำอะไรบางอย่างกับตัวเองอย่างโดยที่เราไม่รู้ตัว บางครั้งเราก็ใช้เหตุผลมากเกินไป ในบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจหาเหตุผลได้ ในบางสิ่งบางอย่างที่พอจะเรียกได้ว่าความรู้สึก

 

ในห้องเล็กๆนี้เขาไม่อาจส่งเสียงดังมากได้ กำแพงที่ค่อนข้างบางสำหรับอากาศในหน้าร้อนไม่ค่อยมีความสามารถในการป้องกันเสียงและความหนาวสักเท่าไหร่ เขาเล่นกีต้าร์ขึ้นลงเป็นจังหวะเบาๆ หยุดพักดื่มกาแฟสีเข้มดำ เขามองเข้าไปที่กาแฟในแก้ว มองเห็นน้ำสีดำไหลวน สะท้อนหน้าตัวเองอย่างเลือนลาง บางครั้งเราคงไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเงาสะท้อนแห่งจินตการ i think there for i am คำพูดนี้ยังจริงและเที่ยงธรรมอยู่เสมอ  ” You Think There for You are “  เขาพูดกับตัวเองเบาๆ บนโลกใบนี้มีเรื่องน่าขบขันมากมายเหลือเกิน

 

กาแฟในถ้วยค่อนลงไปกว่าครึ่ง เขาวางกีต้าร์ลงกับพื้น เอนตัวลง เห็นภาพชายในชุดดำเดินผ่านร่องพระอาทิตยืเหนือรางรถไฟที่ด้านข้างเรียงรายไปด้วยเนินเขาและแม่น้ำเปียกชื้น เขาอยากได้รองเท้าหนังสักคู่ เขาอยากได้หมวกปีกกว้างกลมสักใบ เขาชอบเสียง กร๊อก-แกร็ก ของรองเท้าหนังพื้นแข็งกระทบพื้นเวลาก้าวเดิน เค้าชอบหมวกกลมเวลาแสงอาทิตย์ย้อนผ่านเหลือเพียงรอยของเงา มันดูสวยดี  มันให้ความรู้สึกของการเดินทาง มันเหมือนเป็นหมวกของนักเดินทาง มันเหมือนเป็นหมวกแห่งการเรียนรู้และจินตนาการ เรื่องตลกตือเขาชอบมันมาก แต่ทำไม่เขากลับไม่มีมันในเวลานี้

 

ชีวิตนั้นมีเรื่องตลกอยู่มากมาย บางทีเรากลับกระทำสิ่งตรงกันข้ามกับความรู้สึก บางทีเรากลับพูดสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร อะไรคือสาเหตุของสิ่งเหล่านั้น บางทีเราคงยังหาคำตอบอะไรไม่ได้ นอกจากแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่ให้ความผิดพลาดเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขานึกถึงคำพูดหนึ่งของเพื่อนเขา ” จงมีสติทุกขณะจิต ” เขาเกิดรอยยิ้มเล็กๆในใจ เขาคิดถึงเพื่อนคนนั้นและเรื่องตลกระหว่างเรา

 

เขาลุกขึ้นเปิดวีดิโอของ แมท คอสต้า เขาดูแล้วมีความสุข เป็นภาพวีดีโอง่ายๆ ฉากหลังมากมายถูกเปลี่ยนสลับไป เขาดูมันอีกหลายรอบ ก่อนที่ภาพวีดีโอ ของแมท คอสต้า และกลุ่มเพื่อน บรัชฟลาย แฟรี่เทล  เขาคิดถึงทะเลของเขาขึ้นมาจับใจ คิดถึงความร่มรื่นและงดงามของทะเลที่เมืองไทย เมืองที่เขาจากมา เมืองที่มีคนที่เขาหลงรักใช้ชีวิตอยู่ ฉากหลังที่มีเรื่องราวของเราเรียงรายอยู่

 

ภาพวีดิโอมากมาย สร้างความรู้สึกและบรรยากาศการเดินทาง รอยยิ้มมากมายเกิดขึ้นระหว่างบทเพลง ปรัชญาย้อนแย้งมากมายตั้งคำถามกับจินตนาการ ความรู้สึกหลายอย่างเกี่ยวกับความรักถูกเล่าผ่านมุมมองอันสวยงาม เขาสงสัยเหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้คนเหล่านี้ดูมีความสุขได้ถึงเพียงนี้ แม้เบื้องหน้านั้นทุกอย่างอาจดูรื่นรมย์และสวยงาม แต่เบื้องหลังนั้นอาจมืดดำเกินกว่าที่เราจะเข้าใจ แล้วมันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีกว่าหรอกหรือ หากเราสามารถส่งผ่านความสุขและแรงบันดาลใจไปถึงกันได้ มันอาจเป็นเพียงบทบาทเล็กๆของเสียงเพลงและงานสร้างสรรค์ต่างๆ 

 

ฟ้ามืดลงนานแล้ว ฝนยังคงตกอยู่เบาๆที่ด้านนอก เวลากำลังค่อยล่วงเลยผ่านไปอย่างช้าๆ ร้านรวงทั้งหลายกำลังปิดในไม่กี่ชั่วโมง วันนี้เขาอยากได้รองเท้าหนังสักและหมวกปีกกลมสักใบ มันอาจจะไม่สวยงามลงตัวเหมือนที่เขาต้องการและเฝ้ารอมาตลอด แต่มันอาจเพียงพอที่จะเติมเต็มความรู้สึกบางอย่างที่ขาดหายไปได้  บนโลกใบนี้ไม่ได้ที่เพียงเราอยู่คนเดียว เราคงไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเราเพียงคนเดียว มีเพียงความกลมกลืนสอดคล้องเท่านั้นที่จะพาเราไปสู่ดินแดนแห่งจินตการได้ 

 

ฝนยังคงส่งเสียงอยู่  เสียงล้อรถแล่นผ่านผิวน้ำดังผ่านไป  เขาจะออกไปซื้อหมวกซักใบ

 

 

 

แล้วเราคุยกันต่อนะ

 

รัชต สุวรรณศิลป์

 

17.58 2008.12.21

 

แลนด์เฮ้าส์ อิชิโจยวจิ เกียวโต แจแปน

” ยาแรง ของคนแรง “

 

คนแรงชอบของแรง คนแรงชอบคนแรง คนแรงต้องการยาแรง

คนดื้อต้องใช้ไม้เรียว  คนหัวแข็งต้องเจอของแข็ง  คนบ้าต้องเจออะไรที่มันบ้าๆ

มันเป็นความสุมดุลย์อันน่าประหลาด แต่กลับจริงอย่างน่าใจหาย

 

ไม้เบื่อนั้นอาจหลงรักกับไม้เมา  และหนามยอกอาจต้องเอาหนามบ่งจริงๆ 

ถ้าเราไม่เข็นครกขึ้นภูเขา เราคงไม่รู้ซึ้งถึงความยากลำบากอันสูญเปล่า

ถ้าเราไม่งมเข็มในมหาสมุทร เราคงไม่รู้ความกว้างใหญ่ และควายากลำบากอันสูญเปล่า

ถ้าเราไม่ลาจากก็ไม่เห็นคุณค่าของที่ๆจากมา 

ถ้าเราไม่รักก็เราก็จะไม่รู้จักความหมายบางอย่างความรัก 

หลายคนอาจเรียนรู้ได้เพียงตาผ่าน แต่หลายคนไม่อาจเรียนรู้ได้เลยถ้าไม่หายใจเอามันเข้าไป แล้วสำรอกออกมาเพียงความว่างเปล่า ซึ่งบางคนเป็นมากกว่านั้นเขาต้องทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าร่างกายของเขาจะไม่สามารถทนรับได้อีกต่อไป  มันไม่ใช่อะไรเลย นอกจากความบ้าของคนบ้าเท่่านั้นเอง

 

ยาขมนั้นยังแรงและมีประโยชน์อยู่เสมอในทุกยุคทุกสมัย 

 

_____________________________________

 

ฉันนั้นโดนลงโทษโดยตัวฉันเอง  ฉันถูกถีบตัวเองมายังดินแดนอันโดดเดี่ยวโดยตัวฉันเอง เพื่อให้ฉันได้เรียนรู้ตัวเอง  ฉันถูกส่งมาต่อสู้กับความยากลำบากที่ไม่เคยเจอโดยตัวฉันเองเพื่อให้ฉันต่อสู้กับความยากลำบากนั้นเอง ฉันถูกคุมขังโดยตัวฉันเองเพียงเพื่อให้ฉันเรียนรู้คุณค่าในอิสระของตัวฉันเอง

 ฉันต้องสูญเสียอะไรหลายอย่างไป ฉันไม่สามารถทำอะไรหลายอย่างได้ ฉันไม่สามารถดูแลคนที่ฉันรักได้เท่าที่มันควรจะเป็น แต่ฉันมั่นใจเมื่อฉันผ่่านทุกอย่างไปได้ ทุกอย่างจะย้อนคืนกลับมากระจ่างชัดเจน  ไม่มีอะไรที่เป็นของเราอย่างจีรังยั่งยืน แต่ไม่มีอะรไที่ฉันควรจะได้พบเจอแล้วฉันไม่ได้พบพาน  มันไม่ใช่ความละโมบโลภมาก มันคือความจริงของเราทุกคน และมันไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวมันคือความจริงของเราทุกคน

 

___________________________________

 

ความฝันสอนความฝันของฉันเอง ความเพ้อเจ้อสอนความเพ้อเจ้อของฉันเอง ความบ้าสอนความบ้าของฉันเอง ความรักสอนความรักของฉันเอง ทุกสิ่งที่ฉันทำนั้นยอกย้อนกลับมาที่ตัวฉันเองทั้งสิ้น

โลกส่งเธอมาเพื่อให้เราจากกัน มันคือความบ้าบัดซบ แต่อะไรเล่าคือเหตุผลของมัน

มันต้องมีสาเหตุอะไรของมัน  ฉันรู้ในวันนี้ ว่าทั้งหมดนั้นเพียงสอนให้ฉันรู้จักคุณค่าของคนและรู้จักคุณค่าของความรัก 

 

ฉันไม่กลัวการปวดหัวถ้าฉันจะคิด 

ฉันไม่กลัวการเหนื่อยถ้าฉันจะทำอะไร

ฉันไม่กลัวความเจ็บปวดถ้าฉันจะมีความรัก

ฉันไม่กลัวความตายถ้าฉันจะมีชีวิต

เรา… ริอาจจะกินเหล้าต้องรู้จักแฮ้งค์ ริอาจเล่นพนันต้องรู้จักเสีย ริอาจใช้เงินต้องรู้จักทำงาน  และริอาจเขียนหนังสือต้องรู้จักรับผิดชอบ ริอาจรักต้องรู้จักความเข้าใจ

ทุกสิ่งคือสิ่งที่เราเลือกเอง แล้วเราจะไร้ควารับผิดชอบต่อตัวเราเองเชียวเหรอ

 

หากให้ให้ฉันเจ็บ ฉันขอเจ็บแรงๆ

หากให้ฉันเลือก ฉันขอกินยาแรงๆ

และหากฉันจะรู้ฉันขอรู้ให้ลึกซึ้ง

 

 

ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ และเป็นกำลังใจมาตลอด

รัชต สุวรรณศิลป์

2008.12.19

อิชิโจวจิ เกียวโต แจแปน

วันนี้ผมมีอารมณ์โรแมนติกแต่เช้า…

 

ทั้งที่สิ่งแวดล้อมรอบกาย…เล็ดรอดหู…ดูไม่น่าเป็นใจสักเท่าไหร่

แต่ตัวอักษรนุ่มนิ่ม ภาษาอ่อนโยน สีเนื้อนวล ตรงหน้า (จอคอมพิวเตอร์)

มันสบกับดวงตา และสะท้อนมาสะกิดใจ เข้าอย่างรุนแรง!!!

 

                    ผมหลงรักเรื่องราวที่เขามองเหล่านี้อย่างจัง! ทั้งที่ผมมีแฟนแล้ว (!)

…เปล่าเลย  ในหน้านั้นไม่ได้มีรูปภาพหญิงสาว โพสท่าเซ็กซี่ นุ่งน้อย ห่มลม แต่อย่างใด

(อึ้มมม!) และเขาก็เป็นชายหนุ่มเสียอีกต่างหาก !!!

                     จะมีก็แต่ ร่องรอยพลังงานของผู้ชายคนนั้น…ที่ร้องเบา………เบา

แล้วจรดปากกาเขียนมันออกมา (ลา~)

 

เขาพูดกับเราหรือเปล่า…

เขายิ้มเมื่อเราเขียนบ้างไหม…

เขาดีใจหรือเขาเสียใจเพียงใด…เป็นอย่างไรกันแน่      ผมอยากรู้ !!!

 

ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้มีความรู้สึกอย่างนี้

ยินดีที่ได้รู้จักจริงๆ ทุกผู้คน……………. (ชักคันไม้ คันมือแล้วสิ…)

 

ณัฐพล ขุนเจริญ / ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ / ออฟฟิต อืมม…ฟิต! มาก

 

เดินเท้า ลัดเลาะ ลัดเลาะ ไป
ผ่าน เวลา แสนไกล
เราคง____อยู่
หรือเพียง______หาย..

แสง ระยิบระยับ ส่อง
ลอด ร่มไม้ ฉันมอง
ลมพัด____ผ่าน
ภาพเคลื่อน______ไหว..

นก ดอกไม้-บานหน้าต่าง
ขาน ประสาน ร่วมทาง
เคล้าคลอ____คู่
ระบาย______ฟ้า..

สาย บ่ายนี้ สีเทา
หญ้า เขียวเข้ม เป็นเงา
รุ้งอาจ____พราก
ฉ่ำเม็ด______ฝน..

รื่นละอองของความสุข
เพียงครู่เดียว
อบอุ่นลึก

รื่นละอองของความสุข
พอครู่เดียว
ลบเลือนหาย..

**

-
ก็แค่ คุณน้า กำลัง แต่งเพลง
เพลงของ ความสุข เล็กๆ น้อยๆ
แต่มัน อบอุ่น หัวใจ มีค่า มากกว่า
สวยงาม เกินคำร้อง ทำนองโดยเบิร์ต^^

รู้สึก ไม่ดี
แต่ดนตรี กำลัง ล่อเรา ไปสู่ ความรู้สึกอื่น

ขอบคุณดนตรี
—-
แด่การแสดงตัว (นี่น้านะ ๕๕)
—–
ขอบใจสหาย
——
จงรื่นเริงจ๊ะ..

 

{คุณน้า}

สหายยย

โอ้วววว สหาย!!!

นานแล้วที่ฉันไม่ได้รู้สึกเช่นนี้…

ข้อความจากความรู้สึกทั้งหลายช่างมีความหมายเสียเหลือเกิน มันมีพลังในตัวของมันเอง…

มีพลังโดยที่เรามิได้กระทำสิ่งใดเลย นอกจากถ่ายทอดความรู้สึกนั้นๆ ออกมา 

 

ใช่ อย่างที่ใครบางคนกล่าว เราทุกคนอาจจะเหมือนกัน

แต่ก็ถูกต้องอย่างสื้นเชิงว่าเรานั้นต่างกันเพียงใด

ความแตกต่างคือความงดงาม ความแตกต่างคือความจริงแห่งผองเรา หลายคนอาจมองว่าเราแตกต่างแปลกแยกทั้งในความหมายที่สร้างสรรค์และไร้สาระ

แต่ทุกสิ่งอันนั้นเรามิได้ต่างอะไรไปจากกันเลยย เราต่างต้องการอากาศหายใจ เราต่างต้องการอาหาร เราต่างต้องการคนที่เข้าใจ เราต่างต้องการความรัก

เราต่างหาทาง หลบหลีก ปลดปล่อย ผลักผ่อนความทุกข์ความเศร้าโศกเสียใจกันทั้งสิ้น

 

ฉันอยู่ในดินแดนแห่งความเงียบนี้  หัวใจอึกทึกครึกโครมกึกก้องเป็นบทเพลงแห่งความไร้สาระ  … นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกว่ากระทำสิ่งสร้างสรรค์

ครั้งนี้มีความสุขใจมากมาย

ขอบคุณสหายทุกคน

 

 

และฉันมีความเชื่อมากมายว่า สิ่งที่เราทำทั้งหลายนั้นไม่สูญเปล่าเลย

มันมีประโยชน์มากมายในความหมายนั้นของมันเอง

 

เราอาจจะเยาว์ เราอาจจะหลงทาง เราอาจจะผิดทาง เราอาจจะไม่มีวันรู้

แต่วันนี้… สิ่งที่เราจะทำได้ จะคือสิ่งใดกันเล่าเล่า นอกจากทำในสิ่งที่ตัวเองหลงไหล กระทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ รักษาเส้นบางๆแห่งความเป็นมนุษย์ไว้ รักษาความรักอันงดงามไว้…

 

รัชต สุวรรณศิลป์

11:09  2008 12 12

อิชิโจวจิ เกียวโต แจแปน

ฉันฝันถึงเธอคนหนึ่ง

ที่ยิ้มให้กับความว่างเปล่าในตัวฉัน

กอดฉันอย่างไม่เคยคาดหวังในตัวตน

ไม่เคยผลักดันให้ฉันเป็นใครบางคน

ซึ่งอาจเคยมีอยู่หรือไม่เคยมีอยู่

 

ฉันฝันว่าฉันรักเธออย่างนั้นเช่นเดียวกัน

 

การรู้จักและความสัมพันธ์ของเรา ไม่ต้องการ ‘การทำความเข้าใจ’ อย่างหมดสิ้นเปลือก

เราเพียงแต่หลงใหลและยอมรับทั้งเปลือกและแก่นแกนในกันและกัน

การก้าวก่ายดึงดัน พยายามจะให้ถึงความเข้าใจอย่างหมดเปลือกจนหมดแรงลงนั้น

ในที่สุดแล้ว เรากลับค้นพบว่าเราไม่ต้องการความเข้าใจนั้นเลยแม้แต่น้อยนิด

 

ฉันฝันว่าเรารักกัน เธอและฉันเป็นคนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งหมดทั้งสองสิ่งนั้น

และเรารักกัน อย่างไม่เคยเรียกร้องจนถึงแส่อยาก เพื่อ ‘สิ่งที่มีค่า’ อันไม่จีรังเลย

 

ฉันฝันว่าเรารักกัน อย่างที่เรารับรู้ได้ และไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

ฉันฝันว่าเรารักกันอย่างที่รับรู้ได้

มันไม่มีอะไรมากเกินไปกว่านั้น … จริงๆ

3 กันยายน 2551

หกโมงห้าสิบเจ็ด

ลาซาล นานแล้วและยังเหมือนเดิม

11/12/51

ขอบคุณสำหรับคนที่ได้มีเธอ และได้เคยมีเธอ

อย่างน้อย ‘เธอ’ ก็มีอยู่จริง

ซาก-005

ทุบเพื่อสร้าง / ร้างเพื่อรอ / ต่อเพื่อก่อ…

                      - จริงหรือ ??? -       

ซาก-0021

                                               

พื้นที่แล้ว พื้นที่เล่า…ต้องเปลี่ยนแปลง           

สิ่งหนึ่งพลิกแพลง เกิดใหม่…อีกสิ่งสูญสลาย  

คุณเลือกได้ว่าจะอยู่ หรือว่าเลือกจะตาย

ยังคงไม่มีคำตอบใดพร่างพรายตื่น…

                …ฟื้นขึ้นในยามเช้าเช่นกัน                            

ซาก-003

 

 

 

 

e0b980e0b89be0b8a5e0b8b5e0b988e0b8a2e0b899-0072

ซาก-008

ซาก-009

ซาก-010

เพราะใครคนนั้น ไปฝังตัวอยู่ในโลกของฉัน              

เขาเดิน เขาหัน เขาเล่น เขาสูบุหรี่ในดินแดนแห่งนั้น

เขาคงมีความฝันเจือจาง…ไม่ต่างจากเราเช่นกัน      

พื้นที่ในจินตนาการนั้น ฉันยกให้คุณ………………..           

 

ณัฐพล ขุนเจริญ / ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ /  เขตจตุจักร   

“ออกเดินทางคืนนี้” เขาบอกผมขณะจัดข้าวของลงกระเป๋าเดินทาง
ผมมาหาเขาที่บ้าน บ้านเงียบสงบอยู่ในซอยลึกแถวชานเมือง

“นี่เพิ่งซื้อเมื่อวาน” เขาโชว์กล่องใส่กีต้าร์สีดำ “จะซื้อตั้งหลายทีละแต่ยังหาเหตุผลไม่ได้ ตอนนี้หาเหตุผลได้ละ”
พักหลังผมมาหาเขาที่บ้านบ่อยขึ้น มาแต่งเพลง มานั่งเล่น อ่านหนังสือ มาที่นี่แล้วสบายใจ
“เงียบเหมือนอยู่ต่างจังหวัด” ใครสักคนที่มาเคยพูดไว้

เราคุยกันหลายเรื่อง
เรื่องเมืองที่จะไปอยู่ เขาบอกว่าอพาร์ตเมนท์ที่ไปอยู่ตั้งอยู่บนเนินเขา เรื่องการงานที่ไม่ได้เรื่องของผม เราถกเถียงหาเหตุผลว่าทำไม เรื่องของเพื่อนเราบางคนที่ไม่ค่อยได้เจอ ฯลฯ
เวลาเหลือไม่มาก ต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบิน ผมจึงขอตัวกลับก่อน

“แล้วเราจะไปหา” ผมตั้งใจเช่นนั้นจริงๆ
เพื่อนของผมออกเดินทางไปอีกคนแล้ว

เขียนไว้เมื่อสองเดือนก่อน
ทศพล บุญสินสุข
(วันนี้จะออกไปสัมภาษณ์งาน)

my morning A-gain!

my-morning-0114

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

my-morning-0012

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 my-morning-0023

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                       

เช้าวันนี้ ไม่เคยต่างจากรุ่งเช้าของวันก่อนนั้น

สิ่งแวดล้อมสั้น-ยาว  พาเราหมุนมาตรงจุดนี้

ซากซอมบี้ซังกะตาย  เดินสับส่าย ถวายชีวี

สิ่งต่างต่างเหล่านี้  ไม่มีสิทธิ์ลิขิตวันพรุ่งนี้ของตัวตน

 

ฉันคอยพยายามปลุกหัวใจให้ตื่นจากฝันร้าย

การเดินทางของกายและใจ   คือความต้องการในวันนี้

ถึงแม้เมื่อวาน จะไม่ได้พบกับฝันที่ดี

…เข็มวินาที  ยังคงเดินเร็วรี่ กว่าทุกวัน

 

ความเงียบงัน และบทเพลงจะคอยโอบปลุกฉัน

สิ่งหนึ่งสิ่งนั้น จะคอยสรรค์จินตนาการในนี้

ให้ฉันมีเลือดมีแรง มีความรู้สึกดีดี

ถีบความฝัน และวลีแห่งโมงเช้าให้ทะยานพุ่งออกไป

 

เรามาแล้ว  เรามาแล้ว  เรามาแล้ว

มาเพื่อแจ้ว ป้องสิทธิ์ปรารถนา

ข้ามนที เพิ่มวลี ถ่ายถึงมวลมนา

จรดขอบฟ้า ธารากว้าง…ใหญ่  ว่ายวารี

 

จงเดินต่อ จงเต้นต่อ จงร้องต่อ              

เพื่อร่างก่อ สร้างความรัก ความสับสน

จงปริยิ้ม รับแสงเช้า อันมืดมน

แม้แสงหม่น จะแสบตา จนท้อใจ

my-morning-0101

 

 

my-morning-0031my-morning-012

ณัฐพล ขุนเจริญ / ๙-๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ / ชีวิต

Older Posts »